ฟอกสีฟัน แบบไหนปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด?

ปัจจุบันการฟอกสีฟันได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทำได้ง่าย และใช้เวลานิดเดียว เนื่องจากคนเรา พอมีมีอายุมากขึ้น คราบอาหารหรือเครื่องดื่มที่เราทานทุกวันก็เปลี่ยนฟันของเราที่เคยขาว เงางามกลายเป็นมีสีหม่นหมอง มีคราบสีน้ำตาล และทำให้ฟันเหลือง ทำให้พูดคุยหรือเวลายิ้มแล้วไม่มั่นใจ ดังนั้น ฟอกสีฟันจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสีฟันให้ขาวสดใส

ปรึกษาปัญหาเรื่องฟัน ไม่มีค่าใช้จ่าย

@bidcdental

สารบัญการฟอกสีฟัน

ราคาฟอกสีฟัน (อัพเดท 2020)

ฟอกสีฟัน Zoom!™
9,000 ฿
ราคาโปรโมชั่น
ฟอกสีฟัน POLA
7,000 ฿
ฟอกสีฟันแบบ POLA?
รายละเอียดเพิ่มเติม
Home Bleaching
5,000 ฿
ชุดฟอกสีฟันแบบทำที่บ้าน?
รายละเอียดเพิ่มเติม

การฟอกสีฟัน คืออะไร

Crowns and Veneers Cases

การฟอกสีฟัน คือกระบวนการเพิ่มความขาวของฟันด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน ไม่ว่าจะทำที่คลินิกโดยทันตแพทย์ หรือแบบทำเองที่บ้าน ในการเปลี่ยนสีฟันที่เหลือง ไม่สดใส ให้กลับมามีรอยยิ้มฟันขาว สดใส มั่นใจยิ่งกว่าเดิม

ประโยชน์ของการฟอกสีฟัน

  • สามารถแก้ไขปัญหาฟันที่มีสีคล้ำ สีน้ำตาล สีเหลือง และมีคราบต่างๆบนฟัน ให้มีความขาวมากขึ้น
  • สามารถทำได้ในบุคคลทั่วไป
  • ทำให้รอยยิ้มให้ดูสดใส มั่นใจมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยให้บุคลิกภาพดูดีขึ้น

ฟอกสีฟัน มีกี่ประเภท

โดยหลักๆแล้ว มี 2 ประเภท การเลือกวิธีของการฟอกสีฟันขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล

  1. การฟอกสีฟัน ที่ทำโดยทันตแพทย์ในคลินิก (ฟอกสีฟันด้วยเทคโนโลยี Zoom!™)
  2. การฟอกสีฟัน แบบนำอุปกรณ์และน้ำยาฟอกสีฟันไปทำเองที่บ้าน (Home Bleaching)

การฟอกสีฟันด้วย Zoom ทำอย่างไร

ฟอกฟันขาว
ฟอกสีฟัน ราคา
ฟอกสีฟัน
  • ทันตแพทย์จะตรวจวินิจฉัย และทำการเทียบเฉดสีของฟันคนไข้ก่อนฟอกสีฟัน
  • คนไข้บางท่านอาจต้องขูดหินปูนก่อนฟอกสีฟัน เพื่อที่น้ำยาจะออกฤทธิ์ได่ทีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่สำหรับบางท่านที่ขูดหินมาก่อนแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องขูดหินปูน เพราะฟันสะอาดดีแล้ว
  • ใส่อุปกรณ์สำหรับกั้นแก้ม ลิ้น ริมฝีปาก รวมถึงทาเจลที่เหงือก เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำยาฟอกสีฟันไปโดนเนื้อเยื่อภายในปาก ให้คนไข้รสวมแว่นตากันแสงที่ใช้กระตุ้นน้ำยาฟอกสีฟัน เพื่อป้องกันสายตาของคนไข้
  • ใช้เครื่องมือเป่าบริเวณฟันให้แห้งแล้ว ทำการป้ายน้ำยาฟอกสีฟันลงบนฟัน
  • การฉายแสง Zoom ลงบนฟัน แสงของZoom จะช่วยกระตุ้นให้น้ำยาฟอกสีฟันสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ทิ้งระยะเพื่อให้น้ำยาสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ปกติการฟอกสีฟันแต่ละครั้งจะมีการเปลี่ยนน้ำยาฟอกสีฟันและฉายแสง 2–4 รอบ รอบละประมาณ 15 นาที
  • เมื่อเสร็จแล้ว ทันตแพทย์จะดูดน้ำยา และความสะอาดบริเวณช่องปาก จากนั้นทันตแพทย์จะเทียบเฉดสีฟันของคนไข้ให้ดูซึ่งจะเห็นได้ทันทีว่า ฟันขาวขึ้นกว่าตอนก่อนฟอกสีอย่างน้อย 3 ระดับ

ข้อปฏิบัติหลังการฟอกสีฟัน Zoom

  • ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดคราบสีบนฟันเช่น การดื่มชา กาแฟ ไวน์แดง รวมถึงการงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • การดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธีจะสามารถช่วยรักษาความขาวให้อยู่ได้นานมากขึ้น
  • หากมีอาการเสียวฟัน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนหรือเย็นจัด
  • เลี่ยงการอาหารที่มีกรดสูงเกินไป เช่น อาหารรสจัด หรือผลไม้รสเปรี้ยว
  • รับประทานยาแก้ปวด เช่น Ponstan สามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  • การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูงสามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้

ข้อดีของการฟอกสีฟัน Zoom!™

  • ไม่ทำลายเคลือบฟัน ไม่กัดกร่อนเนื้อฟัน และโครงสร้างของฟันตามธรรมชาติ
  • รวดเร็วและสามารถเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังเข้ารับบริการ โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง
  • แสงของ Zoom ที่ช่วยให้การทำงานสำเร็จภายในเวลาที่น้อยลงและยังลดปัญหาการเสียวฟันหลังการทำ
  • มีความสะดวกสบาย เนื่องจากไม่ต้องใส่ถาดฟอกสีฟันตอนนอน
  • มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากทำโดยทันตแพทย์ในคลินิกทันตกรรม

การดูแลหลังการฟอกสีฟันด้วยเทคโนโลยี Zoom

  • ควรทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  • การแปรงฟันหลังรับประทานอาหาร เป็นการเริ่มวินัยที่ดีในการดูแลสุขภาพปากและฟันซึ่งเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง เพื่อให้สีฟันสวยอยู่กับเราไปนานๆ
  • ควรทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ครั้ง
  • ควรทำการบ้วนปากด้วยน้ำยาผสมฟลูออไรด์ก่อนนอนทุกวัน โดยทำกลั้วน้ำยาและอมไว้ในปากอย่างน้อย 1 นาที และไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารภายใน 30 นาทีหลังการบ้วนปาก
  • ควรพบทันตแพทย์์เป็นประจำทุก 6 เดือน

การฟอกสีฟันเองที่บ้าน ทำอย่างไร

ฟอกฟันสีที่บ้าน
  • ทันตแพทย์์จะทำการตรวจสภาพฟัน และทำการพิมพ์ปากเพื่อทำถาดฟอกสีฟัน
  • ส่งให้ช่างทันตกรรมประดิษฐ์จะทำถาดฟอกสีฟันสำหรับคนไข้
  • เมื่อถาดฟอกสีฟันเสร็จแล้ว ทันตแพทย์์จะทำการใส่ถาดฟอกสีฟันและทำการปรับแต่งให้มีความพอดีกับช่องปากและฟันของคนไข้
  • ทันตแพทย์์จะทำการสอนวิธีการใช้ชุดฟอกสีฟันและวิธีการดูแลรักษาความสะอาด
  • คนไข้สามารถฟอกสีฟันเองได้ที่บ้านโดยการแต้มน้ำยาฟอกสีฟันบนถาดฟอกสีฟันและสวมใส่ครั้งละประมาณ 5 – 8 ชั่วโมง

ข้อปฏิบัติหลังการฟอกสีฟันแบบทำที่บ้าน (Home Bleaching)

  • หากมีอาการเสียวฟัน ควรลดเวลาในการใส่ถาดฟอกสีฟันลง หรือ ทิ้งช่วงห่างระหว่าง การฟอกสีฟันแต่ละครั้งให้มากขึ้น (เช่น หากปกติใส่ถาดฟอกสีฟันครั้งละ 6 ชั่วโมง ก็ควรลดลงให้เหลือเพียง 5 ชั่วโมง หรือในบางกรณีที่ทำทุกวัน ก็ให้ทำวันเว้นวัน เป็นต้น)
  • การรับประทานยาแก้ปวด เช่น Ponstan จะช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  • การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูงจะสามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้
ราคาฟอกสีฟันที่บ้าน

ข้อดีของการฟอกสีฟันแบบทำเองที่บ้าน

  • สามารถทำได้เองที่บ้าน
  • มีผลข้างเคียงน้อย มีความปลอดภัย
  • มีโอกาสเกิดอาการเสียวฟันจากการฟอกสีฟันน้อย

ฟอกสีฟัน ที่ไหนดี

ปัจจุบันการฟอกสีฟันเป็นที่แพร่หลายในหลายคลินิกทันตกรรม แต่ก่อนก่อนที่จะเลือกใช้บริการ จะต้องพิจารณา ในเรื่องของความเชียวชาญชำนาญของของทันตแพทย์ รวมทั้งคลินิกทันตกรรมที่น่าเชื่อถือ สะอาดปลอดภัย ศูนย์ทันตกรรม BIDC เป็นศูนย์ทันตกรรมด้านความงามครบวงจร ที่มีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางด้านทันตกรรมขั้นสูงแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีทีมงานที่พร้อมให้บริการด้วยความเป็นมืออาชีพพร้อมให้บริการ

Professional Thailand Dentists

9 ข้อควรรู้ ก่อนฟอกสีฟัน

ก่อนฟอกสีฟันผู้เข้ารับบริการควรงดสูบบุหรี่ เนื่องจากควันบุหรี่สามารถทำร้ายเนื้อเยื่ออ่อนของฟันและมีอาจเป็นอุปสรรคในการได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากการฟอกสีฟัน ผู้ที่เหมาะสมในการเข้ารับการฟอกสีฟันคือ ผู้ที่มีปัญหาสีของฟันที่เกิดจากการดื่มชา กาแฟ การสูบบุหรี่และจากอายุที่มากขึ้น เป็นต้น

1. ผู้ที่มีการบูรณะฟันหน้าด้วยวัสดุต่างๆ

  • กรณีที่มีการบูรณะฟันหน้าด้วยวัสดุเรซิน เซรามิก หรือได้รับการทำครอบฟัน สะพานฟันและเคลือบผิวฟันแล้วนั้น การฟอกสีฟันจะไม่สามารถเปลี่ยนสีของวัสดุดังกล่าวได้ ดังนั้นหลังการฟอกสีฟัน ผู้เข้ารับบริการอาจต้องเข้ารับการเปลี่ยนวัสดุดังกล่าวให้มีสีเหมือนฟันที่ขาวขึ้น

2. ฟันที่บอบบางเกิดอาการเสียวฟันได้ง่าย หรือมีอาการแพ้สารเพอร์ออกไซด์

  • สำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟันได้ง่ายอยู่ก่อนแล้วซึ่งอาจเกิดจากปัญหาเหงือกร่น ฟันสึก หรือเกิดจากการรั่วของวัสดุที่อุดฟัน เป็นต้น ควรเข้ารับคำปรึกษาจากทันตแพทย์ก่อนทุกครั้ง รวมถึงผู้ที่มีอาการแพ้สารประเภท ไฮโดตเจนเพอร์ออกไซด์ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการฟอกสีฟัน

  • อาการเสียวฟันที่เกิดจากการฟอกสีฟันนั้น เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้เข้ารับบริการบางท่าน ซึ่งอาการดังกล่าวจะลดลงและสามารถหายได้เองภายใน 1 – 4 วัน

3. ฟันตกกละหรือมีสีเทาที่เป็นผลข้างเคียงจากยาประเภทเตตร้าไซคลีน

  • สำหรับผู้เข้ารับบริการที่มีปัญหาฟันตกกละหรือมีสีเทาอันเกิดจากการได้รับยาปฏิชีวนะประเภทเตตร้าไซคลีน หรือด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม การฟอกสีฟันด้วยเลเซอร์อาจช่วยปรับระดับสีฟันได้เพียงระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาฟันสีเทาให้ขาวตามธรรมชาติได้

4. คอฟันมีสีเหลืองหรือน้ำตาล

  • การฟอกสีฟันด้วยเลเซอร์ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้เนื่องจากทันตแพทย์จำเป็นต้องทำการป้องกันการโดนน้ำยาฟอกสีฟันบริเวณคอฟันและเหงือกด้วยน้ำยาพิเศษ

5. สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร

  • ไม่แนะนำให้สตรีมีครรภ์หรือสตรีที่ให้น้ำนมบุตรเข้ารับการฟอกสีฟัน แม้จะยังไม่มีรายงานเรื่องผลข้างเคียง

6. ฟันมีความใส

  • ฟันที่มีความอาจมีลักษณะขุ่นทึบจากปกติ ในช่วงระยะแรกๆที่ได้รับการฟอกสีฟัน

7. ข้อต่อขากรรไกรมีปัญหา

  • สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านขากรรไกร ทันตแพทย์อาจทำการฟอกสีฟันด้านบน หรือ ล่างก่อน แล้วจึงฟอกด้านที่เหลือหลังจากการหยุดพัก เพื่อความสะดวกสบายของผู้เข้ารับบริการ

8. โรคเหงือกและฟันผุ

  • ผู้ที่มีปัญหาโรคเหงือกหรือมีฟันผุ อาจต้องเข้ารับการรักษาโรคดังกล่าวก่อนเข้ารับการฟอกสีฟัน

9. ความคาดหวังจากการฟอกสีฟันด้วยเลเซอร์

  • ไม่มีการรับประกันผลลัพธ์ที่ได้จากการฟอกสีฟันด้วยเลเซอร์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสีฟันขึ้นอยู่กับสภาพฟันของแต่ละบุคคลที่มีปฏิกิริยาต่อน้ำยาฟอกสีฟันที่แตกต่างกัน ซึ่งบางรายอาจมีการเปลี่ยนแปลงที่น้อยมาก

“การฟอกสีฟันไม่สามารถแก้ไขปัญหาสีฟันที่ผิดปกติบางประเภทเช่น ฟันตกกระที่เกิดจากผลข้างเคียงของยาประเภทเตตร้าไซคลีน และระดับของการเปลี่ยนของสีฟันจากการฟอกสีฟันด้วย Zoom นั้นจะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาของแต่ละคนที่มีกับน้ำยาฟอกสีฟัน”

กลับไปด้านบน ทันตกรรมเพื่อความสวยงาม