7 เคล็ดลับดับกลิ่นปาก เมื่อต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา

ปัญหากลิ่นปาก

ปัจจุบันเวลาออกจากบ้านหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น เราทุกคนต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนา เพราะ #Covid19 สามารถแพร่กระจายได้ผ่านอากาศ การใส่หน้ากากจะเป็นการป้องกันตัวเราเองและป้องกันไม่ให้ไวรัสแพร่กระจาย เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่เราอยู่

ผลสำรวจออกมาแล้วว่า การใส่หน้ากากกลายเป็น *New Normal ของคนไทยเป็นที่เรียบร้อย และหนึ่งในปัญหาที่ตามมาจากการใส่หน้ากากทุกๆวันคือ เรื่องของ กลิ่นปาก นั่นเอง มีหลายครั้งที่เราได้กลิ่นเหม็นๆจากลมหายใจของเราและเวลาที่เราพูด ยิ่งอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัย กลิ่นก็จะยิ่งชัด การดูแลกลิ่นปากเมื่อต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม มาดู 7 เคล็ดลับในการลดกลิ่นปาก กันเถอะ

7 เคล็ดลับดับกลิ่นปาก

  1. การแปรงฟัน
  2. ใช้สเปรย์ระงับกลิ่นปาก
  3. อมลูกอมหรือเคี้ยวหมากฝรั่ง
  4. เลี่ยงการทานอาหารที่มีกลิ่นแรง
  5. การดื่มน้ำเยอะๆ
  6. ไม่สูบบุหรี่
  7. เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือน

“คนเรามีกลิ่นปากตลอดเวลา” แต่อยู่ในระดับที่เบามากจนเราและคนรอบข้างไม่ได้กลิ่น การใส่หน้ากากตลอดเวลา อาจทำให้เราได้กลิ่นชัดขึ้น เพราะ ‘กลิ่น’ ไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ

กลิ่นปาก ป้องกันได้ | ปรึกษาหมอฟันใกล้คุณ

1. การแปรงฟัน

ทำความสะอาดช่องปากให้ดีโดยการแปรงฟันให้สะอาด แปรงลิ้น และใช้ไหมขัดฟันให้เรียบร้อยอยู่เป็นประจำ เพื่อกำจัดเศษอาหารที่หมักหมมจนเกิดกลิ่นเหม็นในช่องปากได้

แปรงฟัน

2. ใช้สเปรย์ระงับกลิ่นปาก

สกัดการเกิดกลิ่นปาก ด้วยการใช้สเปรย์ระงับกลิ่นปาก ฉีดเข้าไปในช่องปากก่อนสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อช่วยระงับกลิ่นปากและช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่น

Crowns and Veneers Cases

3. อมลูกอมหรือเคี้ยวหมากฝรั่ง

อมลูกอมหรือเคี้ยวหมากฝรั่ง (เลือกแบบไร้น้ำตาลเท่านั้น หากเลือกแบบมีน้ำตาลกลิ่นอาจจะเหม็นมากกว่าเดิม) เพื่อดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในกรณีเร่งด่วนหากไม่สะดวกที่จะแปรงฟัน แต่จะช่วยระงับกลิ่นได้เพียงชั่วคราว เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

ลูกอมไม่มีน้ำตาล

4. เลี่ยงการทานอาหารที่มีกลิ่นแรง

หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หัวหอม สะตอ และหลีกเลี่ยงและการกินสิ่งที่จะดูดน้ำออกจากร่างกาย คาเฟอีน แอลกอฮอล์ ก็จะช่วยป้องกันกลิ่นปากเหม็นได้เช่นกัน โดยกลิ่นเหล่านี้จะออกมาทางปากและลมหายใจ

อาหารที่มีกลิ่นแรง

5. การดื่มน้ำเยอะๆ

ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำจะช่วยป้องกันกลิ่นลมหายใจ เพราะถ้าหากปากของเราแห้ง จะเป็นสภาวะแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับซัลเฟอร์เหม็นๆ ดังนั้น ควรดื่มน้ำบ่อยๆเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของน้ำลายในช่องปาก และช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลายได้

วิธีดื่มน้ำเยอะๆ

6. ไม่สูบบุหรี่

ไม่สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นการสะสมของสารเคมีจากควันบุหรี่และเชื้อแบคทีเรีย อีกทั้งยังทำให้ปากแห้ง ปริมาณน้ำลายในปากลดลงทำให้ประสิทธิภาพการชะล้างเชื้อแบคทีเรียในปากลดลง ทำให้เกิดกลิ่นปากอย่างรุนแรงขึ้น

ไม่สูบบุหรี่

7. เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือน

เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือน (เป็นช่วงระยะเวลาที่สูงที่สุดที่ American Dental Association แนะนำมา) หรือเมื่อขนแปรงบาน การเปลี่ยนแปรงสีฟันจะช่วยความสะอาดช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร หากขนแปรงสีฟันบานเกินไปหรือมีอายุการใช้งานมากกว่า 3 เดือน จะส่งผลให้คราบพลัค (plaque) และสิ่งสกปรกเกิดสะสมภายในช่องปาก ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่ก่อให้เกิดปัญหาในช่องปาก รวมถึงมีกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์

แปรงสีฟัน

สรุป

สำหรับเคล็ดลับการดูแลลมหายใจให้หอมสดชื่น หากปฏิบัติตามเคล็ดลับทั้งหมดแล้ว ยังรู้สึกว่ามีกลิ่นปากอยู่, ลมหายใจไม่หอมสดชื่น แนะนำให้มาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก เพื่อค้นหาและกำจัดสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากขึ้น อย่างไรก็ตามอย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยให้ถูกวิธี โดยการเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน หรือใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

Tip การดูแลหน้ากากผ้า : หากคุณใช้หน้ากากแบบผ้า (Cloth face mask) ควรซักและตากแดดให้แห้งก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ งดการสัมผัสหน้ากากอนามัย หากจำเป็นต้องสัมผัสควรล้างมือหลังสัมผัสหน้ากากอนามัยทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะคะ

ติดต่อเรา คลินิกจัดฟัน รัชดา

ศูนย์ทันตกรรม บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล เดนทัล เซ็นเตอร์
157, 159 รัชดาภิเษก ซอย7 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย

โทรศัพท์ : +66 (2) 694 6400+66 (2) 692 4433
อีเมล์ : contact@bangkokdentalcenter.com

Line ID : @bidcdental

@bidcdental