การปลูกรากฟันเทียมแบบทั่วไป วิธีการดูแลรักษารากเทียม

ปลูกรากฟันเทียม

ด้วยวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีและพัฒนาการทางเทคนิคและวิธีการทางทันตกรรม ทำให้การปลูกรากฟันเทียมไททาเนียมและ การปลูกรากฟันเทียมแบบทันทีการปลูกถ่ายกระดูก สามารถทำได้โดยง่าย และยังช่วยให้มีระดับความสำเร็จที่สูงขึ้นอีกด้วย

การพัฒนาด้าน เทคโนโลยีที่ใช้ในการปลูกรากฟันเทียมและเทคนิคใหม่ๆ ช่วยให้ การปลูกรากฟันเทียมแบบทันที และการปลูกรากฟันเทียมแบบทันทีพร้อมครอบฟันสามารถทำได้ด้วยระยะเวลาในการรักษาที่สั้นลง

ปรึกษาปัญหาเรื่องฟัน ไม่มีค่าใช้จ่าย

@bidcdental

เนื้อหาการปลูกรากเทียมแบบทั่วไป

ราคา รากฟันเทียม 2021

ราคารากฟันเทียมวันนี้

รากฟันเทียม P-I Brånemark

ราคารากฟันเทียม
ปลูกรากฟันเทียมไททาเนียม P-I Brånemark
25,000 บาท (ราคาโปรโมชั่น)

ราคาครอบฟันบนรากเทียม
14,000 บาท (ราคาโปรโมชั่น)

รากฟันเทียม SIC

ราคารากฟันเทียม
ปลูกรากฟันเทียมไททาเนียม SIC
30,000 บาท (ราคาโปรโมชั่น)

ราคาครอบฟันบนรากเทียม
19,000 บาท (ราคาโปรโมชั่น)

รากฟันเทียม Nobel Biocare

ราคาใส่รากฟันเทียม
รากฟันเทียมไททาเนียม Nobel Biocare NobelActive
55,000 บาท

ราคาครอบฟันบนรากเทียม
25,000 บาท

รากฟันเทียม Straumann

ราคาฝังรากฟันเทียม
รากฟันเทียมไททาเนียม Straumann Roxolid
55,000 บาท

ราคาครอบฟันบนรากเทียม
25,000 บาท

การปลูกรากฟันเทียม มีด้วยกัน 3 แบบ

  1. การปลูกรากฟันเทียมแบบทั่วไป : การปลูกรากฟันเทียมแบบนี้ เป็นวิธีการที่นิยมใช้โดยทั่วไป เหมาะกับผู้ที่มีเวลา ใช้ระยะเวลาการรักษาจนใส่ครอบฟันประมาณ 2 เดือน
  2. การปลูกรากฟันเทียมแบบทันที : เป็นวิธีการที่สามารถปลูกรากฟันเทียมได้ทันที ภายหลังการถอนฟัน เหมาะกับผู้ที่มีปริมาณกระดูกดีและขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์
  3. การปลูกรากฟันเทียมแบบพร้อมครอบฟันทันที : เป็นการปลูกรากฟันเทียม ที่ทันตแพทย์จะใส่ครอบฟัน หรือสะพานฟัน ทั้งแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์) ทันทีหลังได้รับการปลูกรากฟันเทียม เหมาะกับคนไข้ที่ไม่มีเวลาและสูญเสียฟันบริเวณด้านหน้าไป

สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำรากฟันเทียม

ขั้นตอนในการปลูกรากฟันเทียมแบบทั่วไป

ครั้งที่ 1 การปรึกษาและการตรวจวินิจฉัย

  • ทันตแพทย์รากเทียมจะตรวจวินิจฉัย และถ่ายเอ๊กซเรย์ / CT Scan เพื่อวางแผนการรักษาที่ถูกต้องรวมถึงการกำหนดวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
  • หากคนไข้สูญเสียฟันมานานแล้วและมีปริมาณกระดูกเพียงพอ สามารถผ่าตัดฝังรากเทียมได้ภายในครั้งแรกเลย แต่หากมีปริมาณกระดูกบริเวณที่จะทำรากเทียมไม่เพียงพอนั้น ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำการปลูกกระดูกก่อนที่จะดำเนินการปลูกรากฟันเทียมต่อไป
  • ทันตแพทย์รากเทียมจะทำการฝังรากฟันเทียมลงบนกระดูกรองรับฟัน และทำการเย็บปิดแผล
  • ทันตแพทย์จะนัดมาตรวจเช็คแผล และตัดไหมประมาณ 7 – 14 วันหลังการผ่าตัด

หลังการผ่าตัดปลูกรากฟันเทียม คนไข้ต้องใช้เวลารอประมาณ 2 –3 เดือน เพื่อรอให้รากฟันเทียมยึดติดกับกระดูกโดยรอบได้สมบูรณ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและคุณสมบัติของรากเทียมที่ใช้

dental implant dentist

ครั้งที่ 2 การพิมพ์ปาก (Impression)

  • ทันตแพทย์จะใส่แกนฟันจำลอง (coping) เพื่อทำการพิมพ์ฟันให้คนไข้
  • นำชิ้นงานที่พิมพ์แล้วส่งแลปทันตกรรมเพื่อทำตัวครอบฟัน/สะพานฟัน
  • รอแลปทันตกรรมผลิตชิ้นงานใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน
  • ในกรณีที่ใช้เทคโนโลยี CAD/CAM ในการทำครอบฟัน อาจใช้เวลาผลิตชิ้นงานเพียง 1 วัน

ครั้งที่ 3 การใส่ครอบฟัน

  • ทันตแพทย์จะใส่แกนฟันตัวจริง (abutment) และใส่ครอบฟัน/สะพานฟันตัวจริง
  • ปรับการสบฟันให้สามารถกัดสบและการบดเคี้ยวเป็นปกติ
  • ทันตแพทย์จะนัดเช็คทุก 6 เดือน หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์

ข้อดีของรากฟันเทียม

  • ไม่สูญเสียเนื้อฟันซี่ข้างเคียงเหมือนการทำสะพานฟัน
  • ช่วยรักษากระดูกบริเวณที่สูญเสียฟันไม่ให้สลายไป
  • การใช้งานเสมือนฟันธรรมชาติมากกว่าฟันปลอมชนิดอื่นๆ
  • เพิ่มความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • เป็นการรักษาที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเจ็บปวด แผลมีขนาดเล็ก
  • ใช้ระยะเวลาในการรักษาไม่นานเพียง 30-60 นาที/ซี่
  • สามารถใช้งานบดเคี้ยวได้ดี
  • ไม่มีปัญหากับการออกเสียง เมื่อเทียบกับฟันปลอมชนิดอื่นๆ
  • ให้ความสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
  • มีอายุการใช้งานยาวนาน คงทน และถาวร
  • เมื่อร่วมกับฟันปลอมแบบถอดได้ ไม่มีปัญหาฟันปลอมขยับระหว่างพูดคุย หรือรับประทานอาหาร

อาการที่อาจเกิดขึ้นได้ : หลังการผ่าตัดเพื่อปลูกรากเทียม บวมบริเวณเหงือกและใบหน้า ฟกช้ำบริเวณผิวหนังและเหงือก ปวดแผลที่ทำการผ่าตัด มีเลือดซึมเล็กน้อย ผู้รับการผ่าตัดรากเทียมจะได้รับการจ่ายยาปฎิชีวนะ ยาระงับอาการปวด และน้ำยาบ้วนปากเพื่อฆ่าเชื้อ หลังจากผ่าตัดฝังรากเทียม 

คำแนะนำหลังการเข้ารับการผ่าตัดปลูกรากเทียม

ตรวจฟัน
  1. ภายในวันแรกหลังการผ่าตัดควรรับประทานอาหารชนิดเหลวเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงเศษอาหารและการก่อให้เกิดการระคายเคืองแก่บาดแผล หลังจากนั้น ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ หรือเคี้ยวง่ายๆต่อไปประมาณ 1 สัปดาห์
  2. ห้ามรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดภายในวันแรกหลังการผ่าตัด
  3. อาการบวมเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด ทั้งนี้หากผู้เข้ารับบริการมีอาการบวมมากผิดปกติหรือเกิดอาการเจ็บปวด หรือ อาการเลือดไหลไม่หยุด ให้รีบติดต่อทันตแพทย์หรือศูนย์ทันตกรรมทันที
  4. ควรใช้น้ำยาบ้วนปากแบบฆ่าเชื้ออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือตอนเช้าและก่อนนอน โดยผสมน้ำยา 1 ฝากับน้ำอุ่นแล้วอมไว้ประมาณ 1 นาที ใช้ติดต่อกันจนหมด
  5. ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มมึนเมา
  6. ไม่ควรสวมใส่ฟันปลอมเก่าจนกว่าจะได้รับการแก้ไขจากทันตแพทย์ เพราะอาจมีผลต่อบริเวณแผลและการล่าช้าในการสมานของแผล
  7. หลีกเลี่ยงการบดเคี้ยว หรือการรับแรงกระแทกบริเวณที่ปลูกรากฟันเทียมในช่วงรักษาแผล
  8. ควรนอนบนหมอนสูงในช่วงระยะแรกหลังการผ่าตัด เพื่อช่วยลดอาการบวมที่อาจเกิดขึ้นได้
  9. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหลังการผ่าตัด

การดูแลรักษารากฟันเทียม

  • ควรใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ครั้งร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน และควรใช้แปรงซอกฟันในการทำความสะอาดซอกฟันเพื่อป้องกันคราบแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือกและปัญหาในช่องปากต่างๆ
  • ก่อนเข้านอนควรบ้วนปากด้วยน้ำยาที่ผสมสารฟลูออไรด์ โดยกลั้วปากนานอย่างน้อย 1 นาทีและไม่ควรรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำภายใน 30 นาที เพื่อสุขอนามัยของปากและฟันที่ดี
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง การเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งเช่น น้ำแข็งหรือกระดูกอ่อน ซึ่งสามารถทำให้ครอบฟันแตกหัก
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ เนื่องจากจะก่อให้เกิดคราบ
  • หากมีพฤติกรรมการนอนกัดฟัน ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะดังกล่าว
  • พบทันตแพทย์สม่ำเสมอ การพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจฟันและ สภาวะของรากฟันเทียม
เอกซเรย์เซฟราโลเมทรี่
กลับไปด้านบน ทันตกรรมรากฟันเทียม