การปลูกรากฟันเทียมแบบทั่วไป

ด้วยวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีและพัฒนาการทางเทคนิคและวิธีการทางทันตกรรม ทำให้การปลูกรากฟันเทียมไททาเนียมและ การปลูกรากฟันเทียมแบบทันทีการปลูกถ่ายกระดูก สามารถทำได้โดยง่าย และยังช่วยให้มีระดับความสำเร็จที่สูงขึ้นอีกด้วย

การพัฒนาด้าน เทคโนโลยีที่ใช้ในการปลูกรากฟันเทียมและเทคนิคใหม่ๆ ช่วยให้ การปลูกรากฟันเทียมแบบทันที และการปลูกรากฟันเทียมแบบทันทีพร้อมครอบฟันสามารถทำได้ด้วยระยะเวลาในการรักษาที่สั้นลง

ปรึกษาปัญหาเรื่องฟัน ไม่มีค่าใช้จ่าย

@bidcdental

เนื้อหาการปลูกรากเทียมแบบทั่วไป

ราคา รากฟันเทียม 2020

รายละเอียด

ราคารากฟันเทียม

ราคาครอบฟันบนรากเทียม

ปลูกรากฟันเทียมไททาเนียม SIC

30,000
( โปรโมชั่นจาก 40,000 )

19,000

รายละเอียด

ราคารากฟันเทียม

ราคาครอบฟันบนรากเทียม

รากฟันเทียมไททาเนียม Nobel Biocare NobelActive

55,000
( โปรโมชั่นตอนนี้ )

25,000

รายละเอียด

ราคารากฟันเทียม

ราคาครอบฟันบนรากเทียม

รากฟันเทียมไททาเนียม Straumann Roxolid

55,000

25,000

การปลูกรากฟันเทียม มีด้วยกัน 3 แบบ

  1. การปลูกรากฟันเทียมแบบทั่วไป : การปลูกรากฟันเทียมแบบนี้ เป็นวิธีการที่นิยมใช้โดยทั่วไป เหมาะกับผู้ที่มีเวลา ใช้ระยะเวลาการรักษาจนใส่ครอบฟันประมาณ 2 เดือน
  2. การปลูกรากฟันเทียมแบบทันที : เป็นวิธีการที่สามารถปลูกรากฟันเทียมได้ทันที ภายหลังการถอนฟัน เหมาะกับผู้ที่มีปริมาณกระดูกดีและขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์
  3. การปลูกรากฟันเทียมแบบพร้อมครอบฟันทันที : เป็นการปลูกรากฟันเทียม ที่ทันตแพทย์จะใส่ครอบฟัน หรือสะพานฟัน ทั้งแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์) ทันทีหลังได้รับการปลูกรากฟันเทียม เหมาะกับคนไข้ที่ไม่มีเวลาและสูญเสียฟันบริเวณด้านหน้าไป

ขั้นตอนในการปลูกรากฟันเทียมแบบทั่วไป

ครั้งที่ 1 การปรึกษาและการตรวจวินิจฉัย

  • ทันตแพทย์รากเทียมจะตรวจวินิจฉัย และถ่ายเอ๊กซเรย์ / CT Scan เพื่อวางแผนการรักษาที่ถูกต้องรวมถึงการกำหนดวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
  • หากคนไข้สูญเสียฟันมานานแล้วและมีปริมาณกระดูกเพียงพอ สามารถผ่าตัดฝังรากเทียมได้ภายในครั้งแรกเลย แต่หากมีปริมาณกระดูกบริเวณที่จะทำรากเทียมไม่เพียงพอนั้น ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำการปลูกกระดูกก่อนที่จะดำเนินการปลูกรากฟันเทียมต่อไป
  • ทันตแพทย์รากเทียมจะทำการฝังรากฟันเทียมลงบนกระดูกรองรับฟัน และทำการเย็บปิดแผล
  • ทันตแพทย์จะนัดมาตรวจเช็คแผล และตัดไหมประมาณ 7 – 14 วันหลังการผ่าตัด

หลังการผ่าตัดปลูกรากฟันเทียม คนไข้ต้องใช้เวลารอประมาณ 2 –3 เดือน เพื่อรอให้รากฟันเทียมยึดติดกับกระดูกโดยรอบได้สมบูรณ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและคุณสมบัติของรากเทียมที่ใช้

dental implant dentist

ครั้งที่ 2 การพิมพ์ปาก (Impression)

  • ทันตแพทย์จะใส่แกนฟันจำลอง (coping) เพื่อทำการพิมพ์ฟันให้คนไข้
  • นำชิ้นงานที่พิมพ์แล้วส่งแลปทันตกรรมเพื่อทำตัวครอบฟัน/สะพานฟัน
  • รอแลปทันตกรรมผลิตชิ้นงานใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน
  • ในกรณีที่ใช้เทคโนโลยี CAD/CAM ในการทำครอบฟัน อาจใช้เวลาผลิตชิ้นงานเพียง 1 วัน

ครั้งที่ 3 การใส่ครอบฟัน

  • ทันตแพทย์จะใส่แกนฟันตัวจริง (abutment) และใส่ครอบฟัน/สะพานฟันตัวจริง
  • ปรับการสบฟันให้สามารถกัดสบและการบดเคี้ยวเป็นปกติ
  • ทันตแพทย์จะนัดเช็คทุก 6 เดือน หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์

ข้อดีของรากฟันเทียม

  • ไม่สูญเสียเนื้อฟันซี่ข้างเคียงเหมือนการทำสะพานฟัน
  • ช่วยรักษากระดูกบริเวณที่สูญเสียฟันไม่ให้สลายไป
  • การใช้งานเสมือนฟันธรรมชาติมากกว่าฟันปลอมชนิดอื่นๆ
  • เพิ่มความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • เป็นการรักษาที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเจ็บปวด แผลมีขนาดเล็ก
  • ใช้ระยะเวลาในการรักษาไม่นานเพียง 30-60 นาที/ซี่
  • สามารถใช้งานบดเคี้ยวได้ดี
  • ไม่มีปัญหากับการออกเสียง เมื่อเทียบกับฟันปลอมชนิดอื่นๆ
  • ให้ความสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
  • มีอายุการใช้งานยาวนาน คงทน และถาวร
  • เมื่อร่วมกับฟันปลอมแบบถอดได้ ไม่มีปัญหาฟันปลอมขยับระหว่างพูดคุย หรือรับประทานอาหาร

อาการที่อาจเกิดขึ้นได้ : หลังการผ่าตัดเพื่อปลูกรากเทียม บวมบริเวณเหงือกและใบหน้า ฟกช้ำบริเวณผิวหนังและเหงือก ปวดแผลที่ทำการผ่าตัด มีเลือดซึมเล็กน้อย ผู้รับการผ่าตัดรากเทียมจะได้รับการจ่ายยาปฎิชีวนะ ยาระงับอาการปวด และน้ำยาบ้วนปากเพื่อฆ่าเชื้อ หลังจากผ่าตัดฝังรากเทียม 

คำแนะนำหลังการเข้ารับการผ่าตัดปลูกรากเทียม

ตรวจฟัน
  1. ภายในวันแรกหลังการผ่าตัดควรรับประทานอาหารชนิดเหลวเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงเศษอาหารและการก่อให้เกิดการระคายเคืองแก่บาดแผล หลังจากนั้น ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ หรือเคี้ยวง่ายๆต่อไปประมาณ 1 สัปดาห์
  2. ห้ามรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดภายในวันแรกหลังการผ่าตัด
  3. อาการบวมเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด ทั้งนี้หากผู้เข้ารับบริการมีอาการบวมมากผิดปกติหรือเกิดอาการเจ็บปวด หรือ อาการเลือดไหลไม่หยุด ให้รีบติดต่อทันตแพทย์หรือศูนย์ทันตกรรมทันที
  4. ควรใช้น้ำยาบ้วนปากแบบฆ่าเชื้ออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือตอนเช้าและก่อนนอน โดยผสมน้ำยา 1 ฝากับน้ำอุ่นแล้วอมไว้ประมาณ 1 นาที ใช้ติดต่อกันจนหมด
  5. ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มมึนเมา
  6. ไม่ควรสวมใส่ฟันปลอมเก่าจนกว่าจะได้รับการแก้ไขจากทันตแพทย์ เพราะอาจมีผลต่อบริเวณแผลและการล่าช้าในการสมานของแผล
  7. หลีกเลี่ยงการบดเคี้ยว หรือการรับแรงกระแทกบริเวณที่ปลูกรากฟันเทียมในช่วงรักษาแผล
  8. ควรนอนบนหมอนสูงในช่วงระยะแรกหลังการผ่าตัด เพื่อช่วยลดอาการบวมที่อาจเกิดขึ้นได้
  9. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหลังการผ่าตัด

การดูแลรักษารากฟันเทียม

  • ควรใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ครั้งร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน และควรใช้แปรงซอกฟันในการทำความสะอาดซอกฟันเพื่อป้องกันคราบแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือกและปัญหาในช่องปากต่างๆ
  • ก่อนเข้านอนควรบ้วนปากด้วยน้ำยาที่ผสมสารฟลูออไรด์ โดยกลั้วปากนานอย่างน้อย 1 นาทีและไม่ควรรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำภายใน 30 นาที เพื่อสุขอนามัยของปากและฟันที่ดี
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง การเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งเช่น น้ำแข็งหรือกระดูกอ่อน ซึ่งสามารถทำให้ครอบฟันแตกหัก
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ เนื่องจากจะก่อให้เกิดคราบ
  • หากมีพฤติกรรมการนอนกัดฟัน ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะดังกล่าว
  • พบทันตแพทย์สม่ำเสมอ การพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจฟันและ สภาวะของรากฟันเทียม
เอกซเรย์เซฟราโลเมทรี่
กลับไปด้านบน ทันตกรรมรากฟันเทียม